อริยสัจจ์ 4: ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ
อริยสัจจ์ 4 แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ หรือความจริงของอริยะ หรือสัจธรรมที่รู้แล้วจะทำให้กลายเป็นอริยะ (อารยชน) 4 ประการ
อริยะ หรือ อารยชน คืออะไร?
อริยะ หรือ อารยชน คือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ห่างไกลจากอวิชชา เป็นผู้เจริญแล้วอย่างแท้จริง การจะเป็นอริยะที่แท้จริงได้ ต้องรู้เข้าใจความจริงและดำรงชีวิตอยู่อย่างสอดคล้องกับความจริงของชีวิต ซึ่งจะทำให้ชีวิตเป็นอิสระหลุดพ้นจากความมืดบอด เป็นไท ไม่ต้องฝากความวางใจไว้กับอำนาจลึกลับพ้นวิสัยอย่างใดๆ
อริยสัจจ์ 4 ประการ
1) ทุกข์ (ปัญหา)
ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นแก่มนุษย์ในรูปของความบีบคั้น ขัดข้อง ติดขัด อัดอั้นต่างๆ
สิ่งที่ต้องทำ: บุคคลจะต้องกำหนดรู้หรือทำความรู้จักมัน ให้รู้เท่าทันตามความเป็นจริงว่า มันคืออะไร อยู่ที่ไหน และแค่ไหนเพียงไร กล่าวคือ ต้องยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง
ความจริงของโลกและชีวิต:
สิ่งทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ปรุงแต่งกันเข้า ไม่เที่ยงแท้ ไม่ยั่งยืน ไม่คงตัว และหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยที่เข้ามาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน
ทั้งสิ่งทั้งหลายและชีวิตนี้ ไม่มีอำนาจในตัวเองเด็ดขาด ไม่เป็นตัวเองโดยสิ้นเชิงที่จะเรียกร้องสั่งบังคับให้เป็นไปตามปรารถนา
เมื่อยึดถือติดคาว่าจะต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งมั่นหมายลงไป ครั้นสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปไม่ตรงกับที่ยึดอยากมั่นหมาย เราก็ถูกบีบคั้นกดกระชากบดขยี้ เป็นภาวะที่เรียกว่า ความทุกข์
การแก้ปัญหา: การแก้ไขป้องกันปัญหาหรือความทุกข์ มิใช่การยึดเหนี่ยวรั้งสิ่งทั้งหลายไว้ แต่จะต้องรู้เข้าใจเท่าทันความจริงของสิ่งเหล่านั้น รู้เหตุปัจจัยของภาวะที่เป็นไป รู้ว่าอะไรเป็นไปได้ อะไรเป็นไปไม่ได้ แล้วเข้าไปจัดการกับสิ่งเหล่านั้น ตรงตัวเหตุตัวปัจจัย
2) สมุทัย (เหตุเกิดแห่งทุกข์)
ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา
สิ่งที่ต้องทำ: เมื่อรู้เท่าทันความทุกข์แล้ว ก็สาวหาสาเหตุของทุกข์ หรือต้นตอของปัญหาต่อไป ตามหลักแห่งความสัมพันธ์สืบทอดของเหตุปัจจัย หรือหลักใหญ่ที่ว่า “ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ และจะดับไปเพราะเหตุดับ”
3) นิโรธ (ความดับทุกข์)
ตัวการสำคัญแห่งทุกข์:
ตัวการสำคัญแห่งทุกข์ของชีวิต คือ ตัณหา (เส้นเชือกแห่งความอยาก) ที่มนุษย์เอาไปเกี่ยวเกาะคล้องรัดสิ่งทั้งหลาย
ปัจจัยตัวการนี้สัมพันธ์สืบทอดกันมากับ อวิชชา (ความไม่รู้ ความไม่มีปัญญา) จึงปรากฏเป็นปัญหาในรูปต่างๆ ที่เรียกรวมๆ กันว่า ทุกข์
ได้แก่ ความดับทุกข์ ภาวะที่สิ้นปัญหา หรือภาวะที่ว่างโล่งปลอดโปร่งจากปัญหา
ภาวะนิโรธ:
เริ่มต้นด้วยชีวิตที่เป็นอิสระ ไม่ถูกฉุดกระชากลากไปด้วยเส้นเชือกแห่งความอยาก
มีจิตใจเบิกบาน ผ่องใส สะอาด สงบ
ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการรู้เท่าทันโลกและชีวิต และดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา
4) มรรค (หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์)
ได้แก่ มรรคาอันนำไปสู่ความดับทุกข์ หรือกระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา
หนทางปฏิบัติ:
คือ มรรคามีองค์ 8 ประการ หรือที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา
มรรคาเป็นระบบจริยธรรมทั้งหมดของพระพุทธศาสนา หรือทางดำเนินชีวิตของชาวพุทธ ซึ่งมี ปัญญาคือความรู้ความเข้าใจเท่าทันสภาวะของสิ่งทั้งหลาย เป็นพื้นฐานและเป็นแกนนำ
การฝึกฝน: ชาวพุทธที่แท้ต้องเจริญก้าวหน้าเติบโตขึ้นเรื่อยไปในวิถีการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยต้อง:
มีพลังใจเข้มแข็ง ฝึกฝนตนให้ใช้ปัญญามากขึ้น
มีความรู้เท่าทันโลกและชีวิตมากขึ้น เรียนรู้วิธีคิดแบบวิเคราะห์เหตุปัจจัยให้มากขึ้น
เข้าเกี่ยวข้องจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่ตัวเหตุตัวปัจจัยด้วยความรู้ความเข้าใจให้มากขึ้น
ทำจิตใจให้ปลอดโปร่งผ่องใสเป็นอิสระได้บ่อยครั้งขึ้น