ไตรลักษณ์ (ลักษณะ 3 ประการ)
ไตรลักษณ์ คือ ลักษณะทั่วไป 3 ประการ ที่เป็นกฎธรรมชาติควบคุมสรรพสิ่งทั้งปวงในโลกแห่งสังขารธรรม (สิ่งปรุงแต่ง) ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบและสอนให้มนุษย์พิจารณาตามความเป็นจริง เพื่อให้เกิดปัญญาและละความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความพ้นทุกข์ ประกอบด้วย:
อนิจจัง (ความไม่เที่ยง)
ทุกขัง (ความเป็นทุกข์)
อนัตตา (ความไม่ใช่ตัวตน)
1. อนิจจัง (ความไม่เที่ยง)
ความหมาย: สภาวะที่สิ่งทั้งหลายมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่คงที่ ไม่ยั่งยืน
รายละเอียดของอนิจจัง:
ความแปรปรวน: ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นร่างกายของเรา ความคิด ความรู้สึก ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก
ความไม่คงทน: เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมสลายไปในที่สุด ไม่สามารถดำรงอยู่ในสภาพเดิมได้ตลอดไป
ประโยชน์จากการพิจารณา: การเห็นว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอนิจจัง จะทำให้จิตใจไม่ยึดติดในสิ่งที่รักหรือสิ่งที่ปรารถนา เพราะรู้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องจากไปหรือเปลี่ยนแปลงไป
2. ทุกขัง (ความเป็นทุกข์)
ความหมาย: สภาวะที่สิ่งทั้งหลายถูกบีบคั้น ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก ต้องเปลี่ยนไป และเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
รายละเอียดของทุกขัง:
ทุกข์ตามธรรมชาติ (ทุกขทุกข์): คือ ความทุกข์ที่เรารับรู้ได้ง่าย เช่น
ชาติ (การเกิด)
ชรา (ความแก่)
พยาธิ (ความเจ็บป่วย)
มรณะ (ความตาย)
ทุกข์จากการเปลี่ยนแปลง (วิปริณามทุกข์): คือ ความทุกข์ที่เกิดจากการที่สิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบพอ หรือความสุขนั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือสูญสิ้นไป
ทุกข์จากการถูกบีบคั้น (สังขารทุกข์): คือ สภาวะที่ขันธ์ 5 (รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ) ต้องตกอยู่ภายใต้กฎของอนิจจังและอนัตตา ต้องเกิดดับอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
3. อนัตตา (ความไม่ใช่ตัวตน)
ความหมาย: สภาวะที่สิ่งทั้งหลาย ไม่มีแก่นสารที่แท้จริง ไม่มีตัวตนที่ถาวร ไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามความต้องการได้
รายละเอียดของอนัตตา:
ความไม่มีเจ้าของ: ทุกสิ่งเป็นเพียงการรวมตัวกันขององค์ประกอบต่างๆ ตามเหตุปัจจัย ไม่มี “เรา” หรือ “ของเรา” อยู่ในนั้นอย่างแท้จริง
ความไม่อยู่ในอำนาจ: หากสิ่งใดเป็นตัวตนหรือเป็นของเราอย่างแท้จริง เราจะต้องสั่งให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการได้ เช่น สั่งไม่ให้ร่างกายแก่ สั่งไม่ให้เจ็บป่วย แต่เราไม่สามารถทำได้
ความเป็นสุญญตา (ว่างเปล่า): ธรรมทั้งหลายล้วนว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน (อัตตา) เป็นเพียงกระบวนการที่ดำเนินไปตามเหตุปัจจัย
ประโยชน์จากการพิจารณา: เมื่อเห็นแจ้งในอนัตตา จะทำให้เกิดการปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน) ในกายและใจ ว่าเป็นตัวเราของเรา เป็นหนทางสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์
อนิจจัง → ทุกขัง → อนัตตา
เพราะสิ่งทั้งหลาย ไม่เที่ยง (อนิจจัง) คือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงทำให้ต้องทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก ถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา จึงเป็น ทุกข์ (ทุกขัง) และเพราะมันถูกบีบคั้นและเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของเรา มันจึง ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) คือ ไม่มีแก่นสาร ไม่มีใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง
การเห็นไตรลักษณ์อย่างแจ่มแจ้ง คือ วิปัสสนาญาณ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการบรรลุมรรคผลนิพพาน.